• ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นในยุค ซายน์ 

    เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับยุค ซายน์ ของประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นยุคที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก 

    ศิลปะในยุค-ซายน์ (Heian period) ของประเทศญี่ปุ่นเป็นยุคที่เกิดขึ้นระหว่างปี  (794-1185 ) เป็นยุคที่มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมและศิลปะอย่างสำคัญ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมญี่ปุ่นในภายหลังด้วยเช่นกัน

     

    ด้าน ศิลปะ

    1. อุทยาน: การสร้างอุทยานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในยุคนี้ โดยมีลักษณะที่เน้นความงดงามและความสง่างามของธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น อุทยานคิยอตัะมานะ (Kiyomizu-dera) และ อุทยานซินจุกุ (Shinjuku Gyoen) ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน
    2. อุทกภัย: การเขียนหรือวาดภาพที่อุทยานเป็นสิ่งที่มีความนิยมในยุคนี้ เช่น หนังสือมังกร (The Tale of Genji) ซึ่งเป็นหนังสือชิ้นหนึ่งที่มีความสำคัญและมีผลกระทบในวรรณกรรมโลก

     

    ยุคเอโดะ (Edo period) เป็นยุคที่สัมพันธ์กับการปกครองของตระกูลโทโกกะวัง (Tokugawa shogunate) ที่มีระยะเวลาตั้งแต่ปี 1603 จนถึงปี 1868 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สำคัญของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น ในยุคนี้มีประเพณีและวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะเจาะจงอย่างมาก ดังนี้:

    1. สังคมศาสนาและวัฒนธรรม: ในยุคเอโดะมีการสร้างพื้นฐานของสังคมศาสนาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นในรูปแบบที่เราเรียกว่า “บุชิโด” (Bushi-do) หรือจริยธรรมของนักรบ มันเกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างศาสนาชินโต (Shinto) และศาสนาบุดดิสต์ (Buddhism) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเชื่อและปฏิบัติทางศาสนาที่มีผลต่อวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
    2. ศิลปะ: ในยุคเอโดะมีการพัฒนาศิลปะอย่างมาก โดยเฉพาะการปั้นดินเผา (ceramics) และอุตสาหกรรมศิลปะอื่น ๆ เช่น การปั้นซุปรา (supara)

     

    สำหรับประเพณีและประเพณีทางวัฒนธรรมมากมายที่มีความสำคัญและเป็นที่นับถือของคนญี่ปุ่น. ซึ่งเราจะมีการยกตัวอย่างมาให้ทราบบางประเพณีที่มีขึ้นในยุคเอโดะได้แก่:

    1. โอบอน (O-bon): เป็นงานสารทูตทางศาสนาที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่ผู้รักษาการบูชาได้เสด็จสู่สวรรคาลัย มักจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของปีทางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนมักจะกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อเทศนาในพื้นที่ศาสนา.
    2. โอชวะ (Oshogatsu): เป็นการฉลองวันปีใหม่ในประเทศญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ครอบครัวมักจะรวมตัวกันและทำพิธีล้างคลื่นบูชาเพื่อต้อนรับปีใหม่.
    3. ฮินามัตะ (Hinamatsuri): เป็นงานเฉลิมพระเกียรติสำหรับเด็กสาวที่จัดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคมของทุกปี โดยมักจะวางบุคคลฉายาออกเป็นของขวัญและรำลึกถึงความรักและความสุขของเด็กผู้หญิงในครอบครัว.
    4. ชิจิมิ (Shichimi): เป็นการทำแหล่งดังในญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากปี อันนา (Edo Period)

    นอกจากนี้ยังมีประเพณีอื่นอื่นอีกมากมาย ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง Google

     

     

    ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังราคาถูก

  • แนะนำสถานที่ทำบุญขอพรที่เยาวราช 

    แนะนำสถานที่ทำบุญขอพรที่เยาวราช 

     

          สำหรับสถานที่ที่เราจะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้เป็นสถานที่ที่ผู้คนมักจะเดินทางไปทำบุญและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตซึ่งจะเป็นสถานที่ที่ก่อสร้างอยู่แถวบริเวณถนนเยาวราช  มีสถานที่ไหนบ้างที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวเรามาดูกัน

           เจ้าแม่กวนอิมที่มูลนิธิเทียนฟ้า  

              สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีการอัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมมาประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมที่มีการอัญเชิญมานั้นอัญเชิญมาจากประเทศจีนและถูกอัญเชิญมาตั้งแต่ช่วงประมาณปีพ.ศ 2501 ด้วยสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นมูลนิธิแห่งแรกในประเทศไทยอีกด้วย

    ซึ่งสำหรับไทยที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมก็สามารถไปกราบไหว้ขอพรได้เนื่องจากเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้นั้นมีอายุเก่าแก่ประมาณ 800-900 ปีมาแล้วถูกสร้างขึ้นมาจากไม้และนำมาแกะสลักโดยระบุว่าเจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ที่มูลนิธิเทียนฟ้าแห่งนี้นั้นใช้ศิลปะยุคราชวงศ์ถังในการแกะสลัก แต่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงยุคราชวงศ์ซ่ง

     

             ศาลเจ้าแม่กวนอิมฉื่อปุยเนี่ยเนี้ย  หรือ อาเนี้ยเก็ง  สำหรับการเจ้าแห่งนี้นับว่าเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเขตเยาวราชเลยก็ว่าได้ซึ่งที่นี่ผู้คนต่างก็พากันเดินทาง

    เพื่อมาขอพรและสักการะเจ้าแม่กวนอิมเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นเป็นปางประทานพรนั่งบนดอกบัว  ซึ่งชาวบ้านต่างก็ช่วยกันว่าจะช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่เป็นอัปมงคลให้กับคนที่มาขอพร 

     

             ศาลเจ้าแม่ประดู่  สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่แถวบริเวณตลาดเก่าซึ่งศาลเจ้าแม่ประดู่นี้มีอายุมากกว่า 170 ปีแล้วโดยชาวบ้านที่มาสักการะขอพรก็มักจะมาขอเกี่ยวกับเรื่องราวของความรักโดยองค์เจ้าแม่นั้นสร้างขึ้นมาจากไม้ประดู่

     

              ศาลเจ้าสมาคมกวางตุ้ง สำหรับการเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่อพยพมาอยู่ประเทศไทยแล้วได้รวมตัวกันสร้างขึ้นมาโดยชาวจีนที่เดินทางมานั้นเดินทางมาจากมณฑลกวางตุ้งมาสร้างเป็นศาลเจ้าอยู่ที่เยาวราชซึ่งศาลเจ้าสมาคมกวางตุ้งนั้นจะมีที่เดียวในกรุงเทพฯคือที่เยาวราชเท่านั้น

     

             ศาลเจ้าเบ๊เอี๊ย สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 130 ปีสำหรับใครที่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีนอย่างเช่นเจ้าพ่อกวนอูและเจ้าพ่อม้าแนะนำว่าควรจะต้องเดินทางมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้

    เนื่องจากที่นี่นั้นเป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆผู้คนมักจะนิยมเดินทางมาเพื่อสักการะเทพกวนอูกวนอูนั้นจะให้ศีลให้พรโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตหากมาขอพรหน้าที่การงานก็เจริญก้าวหน้าและมีเจ้านายหรือบริวารที่ดีนั้นเอง 

     

     

    สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังราคาถูก